สุขภาพ การออกกำลังกาย ข่าวสารต่างๆ



พลังงาน ที่ร่างกายควรได้รับ กับการลดน้ำหนัก

หลายคนอาจจะได้ยินเรื่อง พลังงาน แคลอรี่ กินต้องนับแคลอรี่ ซึ่งหลายท่านอาจจะสงสัยว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร เดี๋ยววันนี้ Axofitness จะมาไขข้อข้องใจให้ฟัง

พลังงาน

พลังงาน แคลอรี่ คือ อะไร

พลังงานแคลอรี่ (Calorie) คือ หน่วยในการวัดพลังงาน ที่เรามักจะเห็นได้จากฉลากข้างกล่องบรรจุอาหารต่าง ๆ ซึ่งมีไว้เพื่อบอกปริมาณแคลอรี่ของอาหารที่ได้รับประทานเข้าไป เพราะร่างกายต้องการพลังงาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

1.(Small Calorie) แคลอรี่เล็ก 

เป็นหน่วยของปริมาณความร้อน โดย 1 แคลอรี่ จะหมายถึงปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำบริสุทธิ์ 1 กรัม มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ที่ความดันบรรยากาศ 1 แคลอรี่ จะเท่ากับ 4.186 จูล (joule)

2.(Large Calorie) แคลอรี่ขนาดใหญ่ 

เป็นหน่วยของพลังงานที่ได้จากการเผาผลาญอาหาร แคลอรี่สำหรับอาหาร (food calorie) จะเป็น large calorie โดย 1 แคลอรี่อาหาร จะมีค่าเท่ากับ 1 กิโลแคลอรี่ (kcal) หรือ 1,000 แคลอรี่ ซึ่งอาจจะเรียกเพียง “แคลอรี่” แทนการเรียกชื่อเต็มว่า “กิโลแคลอรี่” ก็ได้ โดยจะมีค่าเทียบเท่ากับพลังงานที่ทำให้น้ำ 1 กิโลกรัม มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส หรือเท่ากับ 4.186 กิโลจูล (kilojoule หรือ KJ)

วิธีการคำนวณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการได้รับ

++สำหรับผู้ชาย++

ผู้ชายแคลอรี่ที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน = น้ำหนักตัว x 31 (ตัวอย่างเช่น น้ำหนัก 60 ก็จะได้คำนวณได้แคลอรี่ที่ต้องการใช้ต่อวันเท่ากับ 60×31= 1,860 กิโลแคลอรี่) หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่

++สำหรับผู้หญิง++

ผู้หญิงที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน = น้ำหนักตัว x 27 (ตัวอย่างเช่น น้ำหนัก 50 ก็จะได้คำนวณได้แคลอรี่ที่ต้องการใช้ต่อวันเท่ากับ 50×27= 1,350 กิโลแคลอรี่) หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี่

จำนวนแคลอรี่ที่แต่ละคนใช้ไปในแต่ละวัน หรือที่เรียกว่า Total Daily Energy Expenditure (TDEE) เพื่อให้เข้าใจง่าย จึงขอแบ่งตามความต้องการแคลอรี่ของคนทั่วไปออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.ผู้ที่ใช้พลังงานวันละประมาณ 1,200-1,600 แคลอรี่ ได้แก่ ผู้หญิงตัวเล็กที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และผู้หญิงที่มีรูปร่างกายปานกลางที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่กำลังต้องการลดน้ำหนักอยู่พอดี

2.สำหรับผู้ที่ใช้พลังงานวันละประมาณ 1,600-2,000 แคลอรี่ ได้แก่ ผู้หญิงที่มีรูปร่างใหญ่ ผู้ชายที่มีรูปร่างเล็กที่ใช้แรงงานมาก ผู้ชายรูปร่างกายปานกลางที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และผู้ชายที่รูปร่างปานกลางที่ใช้แรงงานมากอยู่แล้วและอยากลดน้ำหนักด้วย

3.ผู้ที่ใช้พลังงานวันละประมาณ 2,000-2,400 แคลอรี่ ได้แก่ ผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีรูปร่างกายขนาดกลางถึงใหญ่ที่ชอบออกแรงทั้งวัน ผู้ชายรูปร่างใหญ่มากที่ไม่ได้ใช้แรงงานอะไรมากมาย และผู้ชายรูปร่างใหญ่มากและใช้งานมาก อีกทั้งยังต้องการลดน้ำหนักด้วย

      แคลลอรี่กับการลดน้ำหนัก

          การที่เราจะลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ต้องเผาผลาญพลังงานให้ได้ 7700 กิโลแคลอรี่ นั่นหมายความว่าเราจะต้องรับประทานอาหารให้น้อยลง เพื่อจะทำให้ร่างกายของเราได้ดึงเอาพลังงานที่สะสมออกมาใช้ แล้วก็จะทำให้น้ำหนักตัวเราลดลง และในทางตรงกันข้าม หากเรากินอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายจะได้รับ ร่างกายก็จะเก็บสะสมพลังงานนี้ในรูปแบบของไขมัน เมื่อสะสมส่วนเกินไปจนถึง 7700 กิโลแคลอรี่ ก็จะทำให้น้ำหนักเราขึ้น 1 กิโลกรัมเช่นกัน

ตัวอย่างวิธีการลดน้ำหนัก

ปกติถ้าภายใน 1 วัน เรารับประทานอาหารเฉลี่ยวันละ 2200 กิโลแคลอรี่ ถ้าเราต้องการที่จะลดน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม หรือ 7700 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นภายในอาทิตย์นั้นเราต้องกินอาหารให้ไม่เกิน 1100 กิโลแคลอรี่ ในทุกๆวัน ซึ่งนี่จึงเป็นเหตุผลที่เรากินเราต้องนับแคลอรี่ 

ดังนั้นสรุปว่า เมื่อร่างกายของเรามีการใช้พลังงาน ก็เท่ากับว่าเรากำลังเผาผลาญแคลอรี่ เมื่อเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าที่เรารับประทานเข้าไปก็จะทำให้น้ำหนักของเราเริ่มลดได้แล้วค่ะ 

สนับสนุนโดย UFABET UFABET SlotXO

Last Updated on