สุขภาพ การออกกำลังกาย ข่าวสารต่างๆ



มือใหม่หัดวิ่ง ฝึกอย่างไรดี

มือใหม่หัดวิ่ง ต้องเริ่มต้นอย่างไร ฝึกอย่างไรดี Axofitness จะพาไปชมเคล็ดลับกัน

มือใหม่หัดวิ่ง หลังจากที่พี่ตูน (อาทิวราห์ คงมาลัย) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ตูน Bodyslam นักร้องสุดเท่ มีเสียงเพลง และ เสียงดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนผ่านบทเพลงมาแล้วเกือบร้อยบทเพลง เมื่อเร็ว ๆ นี้ บทบาทการเป็นนักร้องของพี่ตูนยังคงอยู่ แต่เพิ่มเติมบทบาทใหม่เข้ามาคือการเป็นนักวิ่ง พี่ตูนได้วิ่งเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และ ขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ เริ่มต้นจากโครงการก้าวคนละก้าวในครั้งแรก ที่เริ่มต้นวิ่งจากกรุงเทพ ไปจนถึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร ในเวลา 10 วัน เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลบางสะพาน

มือใหม่หัดวิ่ง

ต่อเนื่องกับโครงการก้าวคนละก้าวครั้งที่สอง ที่สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ นั่นคือ โครงการก้าวคนละก้าว ที่เริ่มต้นจาก เบตง ไปถึงแม่สาย ด้วยระยะทางรวม 2,215 กิโลเมตร ในเวลา 55 วัน ซึ่งจำนวนเงินในโครงการทั้งสองนั้น ได้ถูกนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลต่าง ๆ ในประเทศไทย จุดเริ่มต้นของก้าวของพี่ตูน ได้จุดประกายให้ใครหลาย ๆ เริ่มต้นที่อยากจะวิ่งกันมากยิ่งขึ้น

แต่สำหรับมือใหม่หัดวิ่งที่ยังไม่รู้วิธีการวิ่งที่ถูกต้องนั้น อาจรู้สึกท้อใจ เพราะแค่ไปได้ไม่ถึง 5 นาที ก็เกิดอาการเหนื่อยหอบแล้ว นั่นเป็นเพราะคุณต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า มีระดับการออกกำลังกายมาบ้างแล้วหรือยัง ถ้ายังและเป็นมือใหม่นั้น ควรที่จะมีการจัดโปรแกรมวิ่ง และปฏิบัติตามอย่างชัดเจน

มือใหม่หัดวิ่ง

โดยในการวิ่งสำหรับมือใหม่นั้น ควรมีการเดินเร็วสลับกับการวิ่ง เริ่มเดินเร็ว 3-4 นาที แล้ววิ่ง 1-2 นาที สลับกันเป็น Set ในช่วงวันแรก ๆ นั้นอาจจะได้ระยะทางวิ่งที่น้อย ขอให้ผู้วิ่งอย่าเพิ่งถอดใจ หากเหนื่อยกับการวิ่ง และรู้สึกหายใจไม่ทัน ให้เปลี่ยนมาเป็นการเดินเร็วแทน และพยายามรักษาระดับให้เดินไปข้างหน้า อย่าได้หยุด

สิ่งสำคัญทั้งก่อนและหลังการวิ่ง คือการ Warm up และการ Cool down เพื่อลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อต้นขา และ กล้ามเนื้อส่วนน่อง ที่เป็นกล้ามเนื้อส่วนสำคัญที่ใช้ในการวิ่ง และ ให้ร่างกายส่วนนั้นได้ชินกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น

มือใหม่หัดวิ่ง

ในระยะแรกของการวิ่ง ผู้วิ่งไม่ควรคำนึงถึงความเร็ว ว่าควรจะวิ่งให้เร็วและไปถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด แต่เป็นความพร้อมของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน และ บาดเจ็บน้อยที่สุด วิ่งตามที่ตัวเองไหว ไม่ควรไปเปรียบเทียบตัวเองกับผู้วิ่งคนอื่น ๆ เพราะเรา และ เขานั้นเริ่มต้นไม่เหมือนกัน และ ถ้าหากเราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จนร่างกายแข็งแรง และ เพิ่มความเร็วในการวิ่งได้มากขึ้น เราก็สามารถวิ่งได้เร็วเช่นเดียวกับผู้วิ่งคนอื่น ๆ

สำหรับผู้วิ่งที่ไปเรื่อย ๆ แล้วมีปัญหาปวดเข่านั้น ปัญหานั้นมาจากการหดเกร็งบริเวณเข่าด้านหน้า บริเวณเข่าด้านข้าง บริเวณเข่าด้านใน และบริเวณใต้ข้อพับเข่า โดยต้องสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายส่วนนั้น หากไม่ได้มีอาการหดเกร็งมากจนเกินไป ผู้หญิงสามารถสร้างความแข็งแรงได้จากการยืดเหยียดขาในท่าต่าง ๆ ในเวลา 10 – 15 วินาที หรืออาจใช้วิธีการนวดกดเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากมือใหม่หัดวิ่งได้ลงสมัครการแข่งวิ่งมาราธอนแล้ว ข้อควรรู้คือในการแข่งขันวิ่งมาราธอนนั้นมีทั้งหมด 3 ระยะ คือ 1. มินิมาราธอน (Mini Marathon) มีระยะความยาว 11 กิโลเมตรโดยประมาณ 2. ฮาร์ฟมาราธอน (Half Marathon) มีระยะความยาว 21 กิโลเมตรโดยประมาณ และ 3. ฟูลมาราธอน (Full Marathon) มีระยะความยาว 42 กิโลเมตรโดยประมาณ และ บางรายการแข่งขันอาจมีประเภท Fun Run เดินวิ่งเพื่อสุขภาพที่มีระยะความยาว 5-6 กิโลเมตรโดยประมาณ

เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว หัวใจหลักของการวิ่งแข่งมาราธอนไม่ว่าจะในระยะความยาวกี่กิโลเมตรนั่นก็คือการฝึกซ้อมสม่ำเสมอ และ การสำรวจตรวจสอบร่างกายตัวเองเป็นประจำ ว่าได้รับบาดเจ็บในส่วนใดหรือเปล่า การฝึกซ้อมในแต่ละวันจะทำให้คุณระยะทางที่คุณวิ่งให้บรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น และ เมื่อสามารถทำได้เป็นประจำจนร่างกายคุ้นชินแล้ว

ก็อาจมาดูที่การวิ่งตามระยะเวลาที่ แต่ละรายการได้กำหนดไว้ เพราะเมื่อคุณสามารถวิ่งตามระยะเวลาที่ในแต่ละประเภทการวิ่งกำหนด คุณจะได้รับเหรียญที่ระลึกกลับเป็นของขวัญ และ เป็นแรงใจในการวิ่งครั้งต่อไป แต่หากไม่ได้คาดหวังเรื่องเหรียญ และ เวลา ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน เพราะคุณสามารถวิ่งได้อย่างมีความสุข และ ได้สุขภาพกายสุขภาพใจที่ดีเช่นเดียวกับ นักวิ่งคนอื่น ๆ

สนับสนุนโดย UFABET SLOTXO SPEGNN NEWS

Last Updated on