สุขภาพ การออกกำลังกาย ข่าวสารต่างๆ



เที่ยวปางน้อยตามรอย “ดิวไปด้วยกันนะ”

“ดิว ไปด้วยกันนะ” เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2539 ณ ปางน้อย ชุมชนเล็ก ๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย สองเด็กหนุ่ม “ภพ” กับ “ดิว” เด็กนักเรียนใหม่ที่ย้ายมาเรียนที่นี่ ทั้งสองคนสนิทกันอย่างรวดเร็ว จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนใกล้ชิด ผ่านความทรงจำทั้งเสียงหัวเราะและรอยน้ำตา และต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิตทั้งคู่…23 ปีต่อมา ในปีพ.ศ. 2562 ภพ ได้กลับมาที่ปางน้อยอีกครั้ง และความทรงจำเก่า ๆ ที่เขาฝังเอาไว้ก็ค่อยๆ ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา… หนาวนี้ เที่ยวปางน้อยตามรอย “ดิวไปด้วยกันนะ”

This image has an empty alt attribute; its file name is image-3.png
เที่ยวปางน้อยตามรอย “ดิวไปด้วยกันนะ”

ด้านเนื้อเรื่อง ดิว ไปด้วยกันนะ เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากภาพภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง Bungee Jumping of Their Own โดยในช่วงแรกจะย้อนกลับไปเล่าในช่วงปี 90 โดยนำเสนอประเด็นเพศที่สามที่เป็นที่รังเกียจของผู้คนในยุคนั้น จึงทำให้ ดิว และ ภพ ที่มีความสัมพันธ์เกินเพื่อนต้องปกปิดตัวตนของตัวเองเอาไว้ แต่ถึงคนรอบข้างจะมองอย่างไรก็ไม่สามารถเก็บกดความรักที่ทั้งสองคนมีให้กันได้ จนนำไปสู่จุดเปลี่ยนเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของท่านผู้ชมที่ต้องไปดูเอง…

        นอกจากในเรื่องของความสัมพันธ์อันน่าประทับใจของตัวละครแล้ว บรรยากาศของชุมชนปางน้อยเองก็ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นที่น่าตกหลุมรักของผู้ชมเอง ชุมชนปางน้อยในเรื่องนั้นถูกเนรมิตขึ้นมาจากหมู่บ้านยาง ต.แม่งอน อ.ฝาก จ.เชียงใหม่ ซึ่งหมู่บ้านยางนี้ก็มีบรรยากาศที่ดีไม่ต่างจากปางน้อยเลย บ้านยางนี้เดิมเป็นถิ่นอาศัยของชาวยาง หรือชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง จนเมื่อประมาณ พ.ศ.2459 ชาวจีนยูนานได้อพยพหนีภัยสงครามจากประเทศจีนมาปักหลักตั้งถิ่นฐาน หมู่บ้านแห่งนี้ มีเอกลักษณ์เด่นด้านวัฒนธรรม ชาวชุมชนรักสามัคคีกลมเกลียวกัน

บรรยากาศภายในชุมชนนั้นเงียบสงบยังคงลักษณะเอกลักษณ์แบบจีนยูนานโบราณ ทั้งสถาปัตยกรรมบ้านเรือนแบบจีน อาหารท้องถิ่น และวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิม ปัจจุบันมี ประมาณ 200 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 1,200 คน อาชีพสำคัญทำการเกษตร ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเด่นในท้องถิ่น คือ พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวง และน้ำตก กับบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ใช้เวลาเดินทางจากหมู่บ้านแค่เพียง 20 นาที

วันนี้เราจึงรวบรวมร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ในบ้านยางเพื่อท่านผู้อ่านที่อยากจะไปเที่ยตามรอย “ดิว ไปด้วยกันนะ”

1. “เจ๊เหมย สุกี้ยูนาน” โตได้ด้วยบอกต่อ

        หนึ่งในผู้ประกอบการชุมชนที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และกระแสบอกต่อถึงอาหารจีนโบราณรสเลิศ คือ “แสงสุนีย์ บัวฝิน” เจ้าของร้าน “เจ๊เหมย สุกี้ยูนาน” ซึ่งคนต่างถิ่นผ่านไปมา อาจต้องแปลกใจ ว่าในท้องถิ่นไกลๆ เช่นนี้ กลับมีร้านอาหารจีนขนาดใหญ่แบบนี้ตั้งอยู่

        สำหรับสุกี้ยูนาน ประกอบกับเครื่องที่อัดมาเต็ม ๆ 9 ชนิด ได้แก่ ผักดอง ไก่ดำ หน่อไม้แห้ง เผือก หมูชุบแป้งท้อง ฟองเต้าหู้ แฮมหมู ไข่ม้วน และลูกชิ้นปั้น ทุกชนิดทำเองหมด ตามด้วยใส่ผักประจำฤดูกาล กินคู่กับน้ำจิ้มที่ให้เลือกแบบหวานกับเผ็ด ส่วนขนาดมีให้เลือกตั้งแต่หม้อเล็ก กลาง และใหญ่ ราคา 1,200 1,500 และ 1,700 บาท เหมาะกินได้ 10-15-20 คน ตามลำดับ นอกจากนั้น เมนูดังอื่นๆ เช่น ไก่ดำตุ๋นยาจีน ขาหมูยูนาน ยำออซุ่น เป็นต้น

2. “บะหมี่ไข่” สูตร 100 ปี ติดใจต้องซื้อซ้ำ

        “บะหมี่ไข่” ฝีมือสามีภรรยา “กวางวู แซ่จาง” และ “อุษา แซ่ม้า” เป็นอีกสินค้าที่นักท่องเที่ยวมักซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ เพราะเป็นบะหมี่โบราณหากินไม่ได้จากที่อื่น กวางวู บอกว่า ทำอาชีพนี้เพราะมีสูตรบะหมี่อายุกว่า 100 ปี สืบทอดมาจากบรรพบุรุษชาวจีน ส่วนผสมมีเพียงแป้งอเนกประสงค์ ไข่ และเกลือเท่านั้น ไม่ใส่สารเคมี หรือสารกันเสียใดๆ ทั้งสิ้น เคล็ดลับความอร่อยมาจากการผสมและนวดแป้ง โดยเป็นเส้นสด จุดเด่นเส้นนุ่นและเหนียว นำไปทำได้ทั้งก๋วยเตี๋ยวแห้ง-น้ำ หรือเป็นก๋วยเตี๋ยวผัดก็ได้

3. ชวนลองชิม “ข้าวซอยตัด”ต้นตำรับแท้ ๆ

        ในแถบภาคเหนือของไทย อาจจะหาขนม “ข้าวซอยตัด” กินได้ไม่ยาก แต่ทั้งหมดจะเป็นรสชาติที่ประยุกต์ให้ถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้น แต่หากอยากจะกินข้าวซอยตัดแบบโบราณแท้ๆ ที่บ้านยางมีบริการ โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ยี่ศิริไพศาล เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านยาง 7 คน

4. “ขนมก้ามปู” ตำนานสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น         ขนมก้ามปู ที่มีแป้งเป็นส่วนผสมหลัก นำลงทอดให้เหลืองสุกเสมอ โดยรูปลักษณะคล้ายก้ามของปู คือขนมอีกรายการหนึ่งที่เป็นสูตรโบราณของคนจีนยูนาน โดย “ศิริวรรณ แซ่ม้า” ชาวไทยเชื้อสายจีนมุสลิม เล่าว่า ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่คุณทวดทำไปงานบุญมาเนิ่นนาน และการสืบทอดขนมชนิดนี้ก็ตกมาสู่ลูกหลาน

5. ท่องเที่ยวหนุนยอดขายขนมเปี้ยะเจ้าแรกบ้านยาง

        ครอบครัวของ “เกียรติศักดิ์ วิลาศชัยเจริญ” ทำขนมเปี้ยะมากว่า 50 ปีแล้ว โดยเขามาสืบทอดกิจการครอบครัวเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ยึดสูตรแบบขนมเปี้ยะจีนยูนานแท้ๆ ถือเป็นผู้ผลิตขนมเปี้ยะเจ้าแรกในบ้านยาง มีเอกลักษณ์สำคัญ คือ ลักษณะแป้งบางและละเอียด ส่วนไส้ผสมกับระหว่างถั่วแดงกับถั่วดำ

ก่อนที่หมู่บ้านยางจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น จะมีช่องทางตลาดเฉพาะขายส่งไปตามร้านขายของฝากใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย และตามตลาดค้าชายแดน แต่หลังจากที่การท่องเที่ยวในท้องถิ่นคึกคักขึ้น ทำให้ได้รับอานิสงส์มีลูกค้าเข้ามาซื้อถึงแหล่งผลิต ทำให้มีรายได้เพิ่มจากขายหน้าร้านด้วย ยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 20% โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยว ลูกค้ามาซื้อมาก จนถึงขั้นทำไม่ทันขายเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาเกิดความยั่งยืน ในด้านภัยธรรมชาติได้ก่อสร้างแนวเส้นคอนกรีตป้องกันก้อนหินและซากไม้จะเข้าถล่มหมู่บ้านอีก รวมถึง ระดมชาวบ้านช่วยกันทำฝายธรรมชาติชะลอน้ำป่า ส่วนด้านสังคม เพื่อรักษาวิถีชีวิตแบบอดีตไว้ เช่น รณรงค์การพูดคุยระหว่างคนในชุมชนและในครอบครัวใช้ภาษาจีนท้องถิ่นเหมือนเดิม มีการเปิดโรงเรียนสอนภาษาจีนที่บ้านยาง รวมถึง ให้เด็กๆเยาวชนในหมู่บ้านมาทำหน้าที่เป็นไกด์อาสาแนะนำการท่องเที่ยวให้แก่แขกที่มาเยือน เป็นการปลูกฝังสำนึกรักบ้านเกิดของคนรุ่นใหม่

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม ที่มา

Last Updated on