สุขภาพ การออกกำลังกาย ข่าวสารต่างๆ



10 วิธี ทำอย่างไรให้อยากออกกำลังกาย

อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงตั้งเป้าว่าปีนี้จะออกกำลังกายทุกวัน ซึ่งพอหันกลับไปดูทำได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือกลายเป็นวันที่เรารู้สึกไม่อยากทำอะไรเลย อย่างสัปดาห์ที่เป็นประจำเดือน หรือวันที่ขี้เกียจสุด ๆ เลยกลายเป็นว่าสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ กลับล้มเหลวไปซะงั้น แต่ไม่ว่าคุณตั้งเป้าหมายอะไรไว้ ก็ควรภูมิใจที่ถึงแม้เราอาจทำไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขาดหายไปบ้างก็ไม่เป็นไร เน้นความสมดุลที่ทำแล้วรู้สึกดี ซึ่งจะเป็นผลดีในระยะยาว นี่คือ 10 วิธี ทำอย่างไรให้อยากออกกำลังกาย วิธีเหลานี้จะทำให้คุณอยากที่จะออกกำลังกายมากขึ้น ลองดูเลย!!

การใช้ชีวิตแบบ เฮลตี้ไลฟ์สไตล์นั้นมีข้อจำกัดอยู่มากห้ามนู่นห้ามนี่เต็มไปหมด จนบางทีก็สับสนว่จะทำอะไรดี อย่างเรื่องอาหาร ถ้าไม่รู้จริง ๆ อะไรก็ดูเฮลตี้ไปหมด ดังนั้นถ้าเลือกไม่เป็น ก็ควรดูว่าอันไหนใกล้สภาพเดิมมากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดก็ควรจะเลือกอันนั้นแล้วเวลากินก็ฝึกให้ตัวเองให้ชอบรสชาติของมันจริง ๆ ไม่ใช่สารปรุงแต่ง ยกตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนเราอาจชอบดื่มกาแฟใส่น้ำตาลเยอะ ๆ ก็ควรเริ่มฝึกตัวเองให้ดื่มหวานน้อยจนตัดน้ำตาลไปเลยพอเราฝึกไปทีละนิดเราจะรู้สึกชอบรสชาติของกาแฟจริง ๆ ไม่ใช่ความหวานของน้ำตาล ทีแรกจะรู้สึกไม่ค่อยชินแต่พอทำไปเรื่อย ๆ ก็จะติดเป็นนิสัย

การกินอาหารขยะมื้อเดียวไม่ได้ทำให้อ้วนขึ้นทันที ในทางเดียวกัน การกินคลีน หรือออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ก็ไม่ทำให้หุ่นดีขึ้นมาทันตา แต่ทุกอย่างย่อมใช้ระยะเวลาและความสม่ำเสมอ ฟังดูแล้วเหมือนจะทำง่าย ๆ แต่ถ้าพูดถึงความจริงที่เกิดขึ้น คือ ไม่มีใครขยันออกกำลังกายทุกวันหรอก มันต้องมีบางวันที่ไม่อยากออกกำลังกายกันบ้าง ดังนั้น เราอยากแบ่งบันวิธีสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยให้คุณอยากออกกำลังกายในวันที่ขี้เกียจสุด ๆ กับ 10 วิธี ทำอย่างไรให้อยากออกกำลังกาย

1. ใส่ชุดออกกำลังกาย

        วันไหนที่ไม่อยากออกกำลังกาย ลองหยิบชุดออกกำลังกายมาใส่ จากนั้นให้มองตัวเองในกระจก มันจะต้องรู้สึกแปลก ๆ  อย่างแน่นอน ถ้าใส่ชุดแล้วไม่ออกเลย ดังนั้น เลยกะจะออกนิดเดียวแต่พอเริ่มทำก็เลยเถิด พอรู้ตัวอีกทีก็ทำเสร็จทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

2.หาเพื่อนไปออกกำลังกายด้วย

        ปัญหาที่แก้ยากคือ ความขี้เกียจไปยิมแต่ถ้าไปถึงจริง ๆ พอเห็นคนออกกำลังกายก็อยากออกตาม แต่ถ้าครั้งไหนที่นัดเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกัน อาจจะรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ และคิดอยู่ตลอดว่า วันนี้จะออกท่าไหนบ้าง จนลืมความขี้เกียจในการออกกำลังกายไปเลย ดังนั้น วันไหนขี้เกียจลองชวนเพื่อนไปด้วย ออกกำลังไปคุยไปก็สนุกอีกแบบ และทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

3. ดูรูปคนหุ่นดี ๆ ได้กำลังใจเยอะเลย

        วันไหนขี้เกียจจริง ๆ ลองหารูปหรือวีดีโอในเฟซบุ๊ก ไอจีที่มีเต็มไปหมด จากนั้นลองคิดว่า ถ้าไปออกกำลังกายวันนี้จะได้หุ่นแบบนางแบบที่เราดู รับรองว่าได้พลังเกินร้อย

4. คิดถึงความรู้สึกดี ๆ หลังออกกำลังกายเสร็จ

        หลังจากออกกำลังกายแล้ว ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่งที่เรียกว่า เอ็นโดรฟิน หรือที่เรารู้จักกันดีคือ ‘สารแห่งความสุข’ มีคุณสมบัติช่วยลดบรรเทาอาการปวด ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มความตื่นตัว มีชีวิตชีวา และชะลอความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้น หลังจากที่ออกกำลังกาย ลองสังเกตตัวเองว่ารู้สึกดีแค่ไหน จากนั้นจำให้ได้มากที่สุดทุกรายละเอียด พอวันไหนที่ขี้เกียจลองคิดถึงความรู้สึกตอนนั้นดู

5.เข้าคลาส

        แล้วลองสังเกตทุกครั้งที่ไปออกกำลังกายกับกลุ่มในคลาส จะรู้สึกว่าทำได้มากกว่าที่ตัวเองออกกำลังกายคนเดียว เหตุผลหลัก ๆ ก็น่าจะเพราะ ไม่อยากอับอายชาวบ้าน ทุกคนยังทำได้เรื่องอะไรเราจะหยุด  ปัจจุบันยิมส่วนมากจะมีคลาสให้เล่น ไม่ว่าจะเป็นโยคะ เต้นซุมบ้า ชกมวย คาร์ดีโอ้แบบต่าง ๆ มากมาย

6.ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ

        ลองทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ และได้ออกกำลังกายไปโดยในตัว อย่างเช่น ว่ายน้ำ ปีนเขา กระโดดเชือก ได้ทั้งความสนุกและเบิร์นแคลอรี่ไปในตัว แถมยังไม่เครียดอีกด้วย

7. ไปวิ่งเพื่อถ่ายรูปเสพบรรยากาศดี ๆ

        บางทีการวิ่งไปที่ต่าง ๆ อย่างตอนเย็น นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ด้วยก็ได้ หรือวิ่งรอบ ๆ แม่น้ำก็ได้ความรู้สึกสดชื่นไปอีกแบบ

8. ถ้าชอบกิน ก็ต้องชอบออกกำลังกายด้วย

        ข้อนี้เหมาะกับสายกินมาก เพราะบางทีถึงจะกินคลีน แต่ก็อาจจะเผลอกินปริมาณมากไปหน่อย เพื่อความสมดุล ถ้าอยากกินเยอะ ก็ต้องออกกำลังกายเผาผลาญ ให้มากกว่าปริมาณพลังงานที่กินเข้าไป

9. สระผมหลังออกกำลังกายเท่านั้น

        ลองใช้วิธีนี้ดู เหมือนเป็นการบังคับตัวเองแบบอ้อม ๆ แต่ก็ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเองเช่นกัน บางที ผลของมันอาจจะออกมาดีก็ได้ ตกลงกับตัวเองว่าจะสระผมหลังออกกำลังกายเสร็จเท่านั้น ถ้าอยากสระทุกวัน ก็ต้องออกกำลังกายให้เหงื่อออกทุกวัน แต่ถ้าใครไม่ค่อยสระผม วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผล

10. ท้าทายตัวเองให้ทำต่ออีกนิด

        ลองอัดวีดีโอ หรือจดสิ่งที่เราทำได้ในวันนี้ดู ตัวอย่างเช่น วันนี้แพลงค์ได้ 30 วินาที วิดพื้นได้ 5 ครั้ง สควอทได้ 20 กิโล จากนั้น ในการออกกำลังกายครั้งต่อไปทำให้ได้ดี หรือมากกว่ากว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องได้เยอะมาก ๆ จนเกินกำลัง แต่ขอให้เยอะกว่าเดิมนิดหนึ่งก็ยังดี

ที่มา อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

Last Updated on