สุขภาพ การออกกำลังกาย ข่าวสารต่างๆ



10 การกินแบบไดเอทแฮ็คที่คุณอาจไม่รู้

การแฮ็กอาหาร คือ การเข้าไป ‘รบกวน’ การทำงานต่างๆ ของร่างกาย โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ร่างกายของเราทำงานได้แข็งแรงขึ้นเร็วขึ้นและดีขึ้น ได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ ว่าช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงแคลอรี่นับร้อยและลดน้ำหนักได้อย่างง่ายดาย ลดแคลอรี่ ลดความเสี่ยงของโรค รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ แบ่งเป้าหมายเหล่านี้ออกเป็นนิสัยประจำวัน เช่นลด 50 แคลอรี่และสร้างการแลกเปลี่ยนที่ดีต่อสุขภาพ และลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน นี่คือ 10 การกินแบบไดเอทแฮ็คที่คุณอาจไม่รู้

1. ใช้ชามขนาดเล็ก

10 การกินแบบไดเอทแฮ็คที่คุณอาจไม่รู้

นักวิจัยพบว่าคนที่ได้กินในถ้วยที่ใหญ่กว่า ใสอาหารได้มากกว่า และกินมากกว่า คนที่กินอาหารในถ้วยเล็ก ๆ 16 เปอร์เซ็นต์ คุณควรใช้ประโยชน์จากภาพลวงตา ด้วยการใช้ชามขนาดเล็ก เพื่อให้คุณรู่สึกว่ามีอาหารเต็มถ้วยแม้ใส่ไปเพียงนิดเดียว หรือ ramekins ที่จะมิตรกับหน้าท้องและการลดน้ำหรักของคุณ ลองใช้ทริคภาพลวงตานี้ดูสิ !

2. ไม่ดูหนังหรือฟังเพลงพร้อมกินอาหาร

ลดการกระตุ้นให้กิน หรือดื่ม ในขณะที่คุณดูหนัง หรือตรวจสอบอีเมลของคุณ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการคลินิกของชาวอเมริกันแสดงให้เห็นว่า คนที่กินในขณะที่ฟุ้งซ่านนั้นจะกินมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ในหนึ่งวัน เพราะเมื่อคุณจดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่าง เช่น การดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน ตรวจอีเมล อ่านหนังสือ หรือทำงานอดิเรกอื่น ๆ คุณจะไม่โฟกัสกับของกินที่อยู่ในมือ หรืออยู่ใกล้ตัวคุณนั่นจะทำให้คุณกินมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามันหมดเมื่อไหร่

3. กินสิ่งนี้ก่อนที่คุณจะกินอาหารอย่างอื่น

การรับประทานอาหารจานที่เป็นซุป หรือแอปเปิ้ล สามารถช่วยลดปริมาณแคลอรี่รวมในมื้ออาหารของคุณได้มากถึง 20 % ตามการศึกษาแบบ “Volumetrics” ที่ Penn State ที่วิจัยในเรื่องนี้พบว่า การที่คณกินซุป หรือแอปเปิ้ล ช่วยให้ท้องของคุณอิ่มมากขึ้น เพราะทั้งแอปเปิ้ลและซุปมีแคลอรี่ที่ทำให้คุณอยู่ท้องได้ เมื่อคุณกินมันจะทำให้คุณกินอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง และปริมาณแคลอรี่ก็จะลดลงด้วย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณคว้าแอปเปิ้ลแดงไม่ใช่เขียว – นักวิจัยพบว่าแอปเปิ้ลแดงเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก ส่วนแอปปิ้ลเขียวมีน้ำตาลมากกว่า

4. เลือกซื้อช่องแช่แข็ง

ประหยัดเงินของคุณ ด้วยการซื้ออาหาร ผลไม้ หรือวัตถุดิบในการทำอาหารที่คุณชื่นชอบเก็บไว้ในช่องแช่แข็งตลอดทั้งปี! การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผลไม้ และผักแช่แข็งซึ่งได้รับการคัดเลือกและเตรียมไว้ในช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมสามารถมีคุณค่าทางโภชนาการได้มากกว่าอาหารสด เพียงหลีกเลี่ยงสิ่งที่มีน้ำตาลน้ำเชื่อมหรือซอสเพิ่ม

5. กินอาหารรสเผ็ด

ไพเพอรีน ซึ่งเป็นสารประกอบที่ทำให้พริกไทยมีรสชาติเผ็ดที่แตกต่างกัน อาจมีความสามารถอย่างลึกซึ้งที่คุณไม่รู้ นั้นคือ รสเผ็ดนี้จะเข้าไปขัดขวางการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ในร่างกายของคุณ หรือที่เรียกกันว่า ปฏิกิริยาที่รู้จักกันในชื่อ adipogenesis ที่จะส่งผลให้ขนาดเอว และไขมันในร่างกาย และระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายของคุณลดลง การกินอาหารรสเผ็ดก็ไม่ได้แย่ จริงไหม?

6. เพียงแค่เพิ่มอบเชยลงไปในอาหารของคุณ

ข่าวดีสำหรับคนรัก ” คาร์โบไฮเดรต ” : ชุดการศึกษาและงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Clinical Nutrition พบว่า การเพิ่มซินนามอนเพียงแค่ไม่กี่ช้อนชา ลงไปในอาหารที่มีแป้ง ( เช่น ข้าวโอ๊ตตอนเช้าของคุณ ) อาจช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันอินซูลิน ความหิวความอยาก และการเพิ่มน้ำหนัก เพียงแค่คุณออกแรงขยับช้อนเพื่อเพิ่มซินนามอน ก็สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้ สุดยอดไปเลยใช่ไหม!!

7. ห้ามพลาดขนมในตอนเช้า

จากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า คนที่ทานอาหารว่างตอนเช้า มีแนวโน้มที่จะกินขนมขบเคี้ยวมากขึ้นตลอดทั้งวัน มากกว่าคนที่ทานช่วงบ่าย ส่งผลให้น้ำหนักลดลง ระวังหยิบของคุณในตอนเช้า และหลีกเลี่ยงแคลอรี่ขนาดใหญ่ เมื่อคุณดำดิ่งลงไปในลิ้นชักของว่างตอนบ่าย ขอให้แน่ใจว่าคุณได้เลือก Eat This, Not That!

8. รับประทานอาหารใต้แสงเทียน

การใช้เวลาในการปรับอารมณ์ อาจเพิ่มความพึงพอใจในมื้ออาหารของคุณ ทำให้คุณมีโอกาสรับประทานอาหารน้อยลง จากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดหลายแห่งพบว่า ลูกค้าที่รับประทานอาหารในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายด้วยแสงไฟสลัว แสงเทียน และดนตรีที่กลมกล่อมนั้น จะกินอาหารได้น้อยลง ซึ่งจะทำให้แคลอรี่น้อยลง 175 ต่อมื้อ เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมร้านอาหารทั่วไป เนื่องจากการที่บรรยากาศในการรับประทานอาหารที่ดี จะทำให้คุณดื่ม่ำกับบรรยากาศ และอิ่มเอมกับมัน จนลืมที่จะโฟกัสกับการกินอาหาร

9. กินทุกสิ่งทุกอย่าง

นักวิจัยของ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการกินอาหารของมนุษย์ พบว่าการแลกเปลี่ยนน้ำผลไม้สามแก้วต่อสัปดาห์ด้วยการเสิร์ฟผลไม้ทั้งหมด 3 มื้อมีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยง 7% สำหรับโรคเบาหวานประเภท 2 ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่การเติมน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย มักดีกว่าการเติมน้ำตาลจากพวกขนม น้ำอัดลม หรือของหวานอื่น ๆ เพราะน้ำตาล หรือความหวานที่ได้จากผลไม้นั้นจะทำให้คุณรู้สึกต้องการขนมหวานต่าง ๆ น้อยลง นั่นจึงเป็นข้อดีของการดื่มน้ำผลไม้3แก้วต่อสัปดาห์

10. ดื่มด่ำกับ Snaxercise

จากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังพบว่า ผู้ชายและผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ที่ได้มีการออกกำลังกาย 6 ชั่วโมง ต่อวัน 3 ครั้งต่อวัน ก่อนการรับประทานอาหารเช้า กลางวัน และเย็น มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารต่ำกว่าระดับน้ำตาลปกติ ในกาารทดสอบ

ที่มา https://www.eatthis.com/10-diet-hacks-you-need-now/

อ่านบทความเพิ่มเติม https://axofitness.com

Last Updated on