สุขภาพ การออกกำลังกาย ข่าวสารต่างๆ



5 ธัญพืชกินแล้วไม่อ้วน แถมให้ประโยชน์ต่อร่างกาย

5 ธัญพืชกินแล้วไม่อ้วน แถมให้ประโยชน์ต่อร่างกาย

หากคุณกำลังมองหาของกินที่ช่วยให้สุขภาพดี และกินแล้วไม่อ้วน วันนี้เราก็มีธัญพืช 5 ชนิดที่จะทำให้คุณสามารถรับประทานได้อย่างเพลิดเพลินและสบายท้อง หมดกังวลเรื่องน้ำหนักที่จะเพิ่มขึ้นไปได้เลย ทั้งช่วยลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มง่าย ทั้งยังส่งผลดีต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย เรามาทำความรู้จัก 5 ธัญพืชกินแล้วไม่อ้วน เหล่านั้นกันเลย

1. เมล็ดฟักทอง (Pumpkin seeds)

5 ธัญพืชกินแล้วไม่อ้วน

เมล็ดฟักทองที่เราชอบนั่งแกะทานขณะรับชมละครโทรทัศน์ หรือเป็นของทานเล่นยามว่าง คุณรู้หรือไม่ว่าให้คุณประโยชน์อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะทำให้ผิวสวย เนื่องจากฟักทองอุดมด้วยวิตามินซี และอี แถมยังมีสารเบต้าเเคโรทีน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสารอาหารที่สำคัญและมีประโยชน์กับสุขภาพผิว และยังช่วยให้ตาสดใส มีสุขภาพดี เนื่องจากมีสารเบต้าเเคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี สามารถช่วยป้องกันดวงตา และลดปัจจัยเสี่ยงดวงตาเสื่อม เเละโรคเกี่ยวกับตาได้

2. งาดำ (Black Sesame Seeds)

5 ธัญพืชกินแล้วไม่อ้วน

งาดำที่ใส่อยู่ในน้ำเต้าหู้ หรือโรยอยู่บนอาหารหลากหลายเมนู มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ไม่ว่าจะช่วยบำรุงผิวพรรณและกระดูก เนื่องจากอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่อยู่ในงาดำนั้นมีมากกว่านมถึง 6 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีสังกะสีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เพิ่มมวลกระดูก จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินอีที่อยู่ในงาดำก็ยังมีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น

ทั้งนี้งาดำยังช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ จึงทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลง ก็จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดก็ดีขึ้น ลดความเสี่ยงได้ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูง อีกทั้งช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย เนื่องจากอุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งถ้ารับประทานบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หมดปัญหาเรื่องท้องผูกไปได้เลย

3. เมล็ดเจีย (Chia Seeds)

5 ธัญพืชกินแล้วไม่อ้วน

เมล็ดเจียเป็นธัญพืชเม็ดเล็ก ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก และหากทานเมล็ดเจียเป็นประจำทุกวันแล้ว สุขภาพของเราจะดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะทำให้หัวใจแข็งแรง เนื่องจากอุดมด้วยกรดไขมันดีโอเมก้า-3 และ โอเมก้า-6 ช่วยปรับสมดุลระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย และยังทำให้บาดแผลหายเร็ว ไม่ติดเชื้อ เพราะกรดไขมันโอเมก้าทรีที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) มีฤทธิ์แก้อักเสบ จึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันการติดเชื้อของบาดแผล ช่วยให้บาดแผลหายเร็ว ไม่เรื้อรัง

นอกจากนี้ยังทำให้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ เนื่องจากเมล็ดเจียอุดมด้วยไฟเบอร์อยู่ประมาณ 34.4 กรัม ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณไฟเบอร์ที่เพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละวัน ที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ

เมล็ดเจีย เมื่อทานแล้วก็จะอิ่มสบายท้อง อีกทั้งยังมีแคลอรีต่ำ ย่อยง่าย ร่างกายไม่สะสมเป็นไขมัน เราจึงไม่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งนี้เมล็ดเจียเหมาะที่จะเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างดี เพราะมีกลไก 3 อย่างเท่านั้นที่ทำให้เราลดความอ้วนได้สำเร็จ นั่นคือ ช่วยดูดซึมของเหลว ช่วยย่อยอาหารของเราไปทีละน้อย เราจึงรู้สึกอิ่มนาน ไม่นึกอยากกินอะไร และยังคงคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

4. เมล็ดแฟลกซ์ (Flax seeds)

เมล็ดแฟลกซ์มีสรรพคุณที่โดดเด่นหลายด้าน ทั้งช่วยบำรุงหัวใจ ลดน้ำหนัก หรือแม้แต่ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งอีกหลายชนิด อีกทั้งยังสามารถช่วยควบคุมน้ำหนัก และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย อีกทั้งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น เพราะในเมล็ดแฟลกซ์นั้นมีไฟเบอร์ทั้งสองชนิดคือ ชนิดที่ละลายน้ำได้และละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งชนิดที่ละลายน้ำไม่ได้นี่ล่ะที่ช่วยสร้างเสริมให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องท้องผูกบ่อย ๆ และเพราะเหตุนี้นั่นเองจึงทำให้เมล็ดแฟลกซ์ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ เพราะเมื่อระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ความเสี่ยงจากมะเร็งลำไส้ก็จะลดลงอีกด้วย

เมล็ดแฟลกซ์เป็นอีกหนึ่งธัญพืชที่มีไฟเบอร์สูง ซึ่งไฟเบอร์นี่ล่ะที่จะช่วยลดความอยากอาหารและช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น ช่วยป้องกันการรับประทานจุบจิบหรือการรับประทานมากเกินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการลดความอ้วน แต่ทั้งนี้ก็ควรจะรับประทานควบคู่กับอาหารเพื่อสุขภาพจะดีที่สุด เพราะรับประทานเมล็ดแฟลกซ์มากไปอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

5. ควินัว (Quinoa)

ควินัว คือ ธัญพืชเทียมที่หน้าตาคล้ายพืชตระกูลถั่ว ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เนื่องจากควินัวมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 12-18 และกรดอะมิโนที่จำเป็นที่สามารถพบได้ในนม หากทานเข้าไปก็จะทำให้ได้โปรตีนไปเต็ม ๆ ทั้งนี้ควินัวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง และช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส

นอกจากนี้ควินัวยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่ว่า นอกจากจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร และการขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติแล้ว ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้อีกด้วย รวมทั้งมีคอเลสเตอรอลต่ำ เหมาะกับทุกคนที่อยากลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกาย หรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด

หากคุณทานธัญพืชเหล่านี้เป็นประจำก็จะได้ทั้งรูปร่างที่ดี รวมทั้งได้รับสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามก็ควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการทานอาหารไปด้วย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการลดน้ำหนักหนัก และยังส่งผลให้สุขภาพดีตามไปด้วย

สนับสนุนข่าวโดย Spegnn news

Last Updated on